สวัสดีครับ เขียนบล๊อคเพิ่มชอบกด แชร์ให้หน่อยนะครับมีปุ่มด้านล่าง 13/03/2016

เข้า blog ด้วยการพิมพ์ basskitchen.club ได้เลยครับ จำง่าย

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เก็บตกจากนิตยสารเบส : John Myung : Dream Weaver : จอห์น มยัง : ผู้ถักทอความฝัน


John Myung : ผู้ถักทอความฝัน

สัมภาษณ์โดย JON D'AURIA
7 มิถุนายน 2016

จอห์น มยัง ผู้ยืนหยัดอยู่เป็นฐานกับวง Dream Theater มา 13 อัลบั้ม  โดดเด่นเรื่อง นิ้ว การเล่นที่เร็ว เป็นวงร๊อคสมัยใหม่ที่ฉีกบทบาทหน้าที่ของเบสออกไป และมากับอัลบั้มใหม่ The Astonishing เมียง (เรียกแบบคนไทย) รับเอาความท้าทายของการเล่นที่ดูเหมือนจะง่ายขึ้น เป็นการก้าวกระโดดกลับไปสู่รากเหง้าของสติปัญญา แล้วส่งสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเพลง แต่ก็ไม่มีใครพูดว่า "เมียง" จะไม่โดดเด่น ใน 34 เพลง ของทั้ง 2 ด้านของ ดิสก์ ของอัลบั้มนี้ การเล่นเบส ประสานกับกลองของ Mike Mangini ยังคงทรงพลังอยู่เสมอ ลองไปฟังเพลงหนักๆ ฟังยากๆ อย่างเพลง "Lord Nafaryus"และ "Moment of Betrayal" ดู หรือ เพลงที่เบากว่า และอาจจะคุ้นเคยมากขึ้นกับเพลง "My Last Farewell" เมียงทำให้ การเปลี่ยนโหมด หรือ เปลี่ยน Time signataure ไม่รู้สึกแปลก กระด้าง นี่แหล่ะคือความท้าทาย เราจะมาคุยกับ มือเบส ผู้นี้กันด้วยคำถาม แบบเบาเบา (เมียงอายุ 49 ปี) บางครั้ง สิ่งเล็กๆง่ายๆ ในดนตรี นั้น สามารถทำให้เกิด บททดสอบที่ยิ่งใหญ่ ก็เป็นได้

ขณะที่กำลัง แต่งเพลง อัลบั้ม The Astonishing ส่วนใหญ่แล้วมีความท้าทายอะไรเกิดขึ้นใน วงบ้างครับ    

ใช่แล้ว มันเป็นความท้าทายที่ดี John petrucci มือกีต้าร์ เป็นคนอำนวยการ และออกแบบ concept ของทั้งอัลบั้มนี้ ส่วนฉันได้ประสบการณ์ที่ดี ได้ ไอเดียในการเล่นอะไรใหม่ๆ แตกต่างจากเดิม  ทั้ง John และ Jordan (Jordan Rudess,มือคีย์บอร์ด) แต่งทุกอย่าง ฉันเพียงแต่ได้รับไฟล์มา แล้วเริ่มต้นลงรายละเอียด

เพราะมีองค์ประกอบของวงที่แข็งแรง, คุณรู้สึกไหม๊ว่าคุณทำได้มากกว่า เล่นเบส แบบสนันสนุนวง หรือเบสเล่นเป็นแค่ตัวเสริมให้กับวง

มันสุดยอดมาก กับการที่เราจะต้องพยายามทำหน้าที่ รักษาการเล่น root  รากฐานของเพลง และต้องให้ได้ฟิลที่ถูกต้อง หลายท่อนเพลง ถูกเขียนจาก ทัศนะ หรือ ภาพ การเล่นแบบกีต้าร์ และ แบบฉบับของ คีย์บอร์ด ฉันรักท่อนเพลงจาก Jordan Ruddes นะ เหมือนสร้าง ไลน์เบสบนเปียโน เพลงเปียโนมันให้แรงบันดาลใจ แล้วประยุกต์ออกมาเป็นเล่นเบส เมื่อคุณเล่นบางอย่างออกมาบนเบสแล้วเหมือนได้อีกมิติอีกแนวนึง

คุณชอบเล่นเพลง บัลลาด ฟังง่ายๆ หรือเพลงที่เต็มไปด้วย เทคนิค มากกว่ากัน

ฉันชอบทั้ง 2 อย่างนะ เพราะมันก็มีความท้าทายที่ไม่เหมือนกัน คนหล่ะแนวทาง บางเพลงฟังดูง่ายแต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะเล่นได้ง่ายนะ ทุกสิ่งทุกอย่างมีความเข้มข้นในเส้นทางและฟิลของมัน (มีรายละเอียดในแบบฉบับของมัน)

ในอัลบั้มนี้คุณมีเป้าหมายอะไรหรือเปล่า

ฉันก็แค่เปิดใจนะ พยายามดูความแตกต่างของเสียง ซาวด์เบส เปรียบเทียบกับอัลบั้มที่ผ่านผ่านมา แล้วสร้างเสียงเบสให้แตกต่างจากอัลบั้มก่อนก่อน พยายามหลีกหนี จาก เสียงที่เคยเล่นออกไปแล้ว ค่อนข้างจะคิดเยอะเลยหล่ะ ครั้งหนึ่ง เราเคยมีเสียงเบสที่ง่ายๆ เราต้องเดินไปข้างหน้าแล้วค่อยๆเติมเต็มมันให้สมบูรณ์

การอัดเสียงเป็นอย่างไรบ้าง

ฉันยืนหน้าที่วางโน๊ต แล้วอัดทุกโน๊ตทุกท่อนเลย เพราะว่าทุกอย่างมันใหม่มาก ฉันใช้เบสตัวที่เคยใช้มาแล้ว Bongo 6 สาย ใช้ ทั้ง 2 ฮัมบัคกิ้ง แต่ฉันได้ซาวด์ใหม่ จากการปรับ EQ ที่แตกต่างจากเดิม และ ใช้ ปรีแอมป์ Suncoast B1P

เพลงที่คุณยอมรับว่าเล่นยากจริงจริงในอัลบั้มนี้

คงเป็นท่อนเบสของเพลง "Lord Nafaryus" เพลงนี้เน้นเล่นเบสคู่ไปกับกีตาร์ (Unison) ต้องใช้เวลาเหมือนกันนะ ในการคิด แต่งสร้างมันจากช้าๆ จน เล่นเข้าไปจำอยู่ในสมอง เพลงอื่นๆ ก็คงเป็น "Three Days,"A Life Left Behind","New Beginning" และ "My Last Farewell"


ทำไมถึงใช้เบส 6 สาย

ฉันชอบที่จะขยายช่วงของการเล่น มันต้องใช้โน๊ตที่ต่ำกว่า แล้วเล่นช่วงของกรู้ฟต่างๆ และฉันก็ชอบเล่นช่วงเสียงที่สูงเพื่อเล่นคู่ไปกับ โน๊ตที่สร้างจากกีตาร์ หรือเปียโน

คุณคิดยังไงกับเบส Music man

อ้อ พวกมันเป็นเบสที่สมบูรณ์แบบในความคิดฉัน มีคุณภาพทุกอย่างที่มือเบสต้องการ เบสยืดหยุ่นมากให้การตอบสนองกับการเล่นเร็ว ให้ความเป็นดนตรีกับฉัน

คุณ วอร์มอัพยังไงก่อนขึ้นเวที ที่คุณทำเป็นประจำ

ก่อนขึ้นเล่น ฉันซ้อม 1 ชม.ครึ่ง ถึง 3 ชม. ในวันนั้น เล่นช้าๆ เล่นคนเดียว เล่นท่อนที่ฉันอาจเล่นผิด ท่อนยาก ถ้าฉันเล่นท่อนยาก แต่ไม่ได้วอร์มก่อน ฉันจะบาดเจ็บ ฉันจะใช้เวลาหลบไปข้างๆเป็นประจำ


อะไรที่คุณคิดอยู่เสมอในระหว่างเล่นคอนเสิร์ตกับ Dream Theater

ฉันพยายามจะไม่คิดอะไร  แน่นอน ฉันมุ่งมั่นอยู่กับเล่นไปกับพลังของกลองที่ปล่อยออกมา

Bass เป็นเครื่องดนตรีที่ สะท้อน อย่างไรกับตัวตนของคุณ

เป็นคำถามที่น่าสนใจ ฉันว่าเบสได้ขยายการแสดงออกทางความรู้สึกให้มากขึ้น เมื่อไหร่ฉันได้ฟังเพลง ดนตรีไลน์เบสทางเดินเบส  สนับสนุนความเป็นตัวฉัน นั่นคือมันเพิ่มขยายให้ฉันเห็นคุณค่าของดนตรี

คุณมีอะไรจะแนะนำอะไรกับมือเบสคนอื่นๆบ้างไหม๊

"อย่าให้มือของคุณหยุดเคลื่อนไหว"


--------------------------------

ส่วนของข้อมูล

ไปฟัง Dream Theater ชุดนี้ บน Youtube กันครับ




มาดู อุปกรณ์ของ John Myung กัน





ปรี 

Suncoast B1P 500 bass preamp, Demeter HBP-1 tube preamp, Demeter VTMP-2b tube mic preamp, Little Labs VOG 500-series Analog Bass Resonance Tool, Fractal Audio Axe-Fx II, Fractal Audio MFC101 foot controller, Matrix GT1000FX power amp



เอ็ฟเฟค

MXR M87 Bass Compressor, MXR M83 Bass Chorus Deluxe, MXR M84 Bass Fuzz Deluxe, MXR M288 Bass Octave Deluxe, TC Electronic Vortex Flanger, TC Electronic Flashback Delay, TC Electronic Hall Of Fame Reverb, Mesa/Boogie Grid Slammer, RJM Music Mini Effects Gizmo, Voodoo Lab Pedal Power 2 Plus, Ernie Ball volume pedal



อื่นๆ 

Shure UR4 Wireless receiver and belt pack, Radial JX44 Air Control Switcher with remote pedal, Radial JDX 48 Reactor DI Box, Radial Workhorse 500, Furman power conditioner

สายเบส 

Ernie Ball Slinky Cobalt 6-string (.032–.130)


-------------------------------------------------
บรรณานุกรม
จาก นิตยสาร Bassplayer

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

p'Baal เล่าไปเรื่อย : ตอนที่ 2 : 1960s Rock, Hard Rock

ว่ากันต่อครับ กับ ตอนที่ 2 Rock ในยุค 60 และ 70 ซึ่งยังคงมีอิทธิพลจนถึงปัจจุบัน



1960s Rock

หรือเรียกภาษาง่ายๆว่า ยุค ซิกตี้ ดนตรีร๊อค ยุค ซิกตี้ หรือช่วง ปี คศ. 1960-1969 มีการพัฒนาอย่างมาก ปรากฎการณ์ การวิวัฒนาการ เทคนิค การอัดเสียง พัฒนาการ ของดนตรีอิเล็คโทรนิคส์ วงดนตรีเกิดขึ้นมากมายมาแทนที่ศิลปินเดี่ยวๆ เบสไฟฟ้าถือได้ว่าเกิดขึ้นในยุคนี้ มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะท่วงทำนอง กรู๊ฟต่างๆ

เสียงประสาน

ลักษณะเสียงดนตรี เสียงประสานในยุคนี้ เริ่ม มีการขยายเสียงประสาน เสียงคอร์ดมากขึ้น กว่าเดิม ความสัมพันธ์ตัวโน๊ตในคีย์ มากขึ้น กว่า 10 ปีก่อนนี้ มีการเริ่มใช้ Scale Mode Lydian Phrygian มาเล่น มีการดึงโน๊ตจากคีย์อื่นๆที่เกี่ยวพันแต่ไม่คุ้นเคยมาเล่น  ก็คือในหน้าโน๊ต จะมี โน๊ต ติด ชาร์ป แฟร็ตมากขึ้น ซึ่งเป็นโน๊ตนอกคีย์  ท่วงทำนอง melody มีความเป็นอิสระมากขึ้น ดนตรี ไม่เร็วแต่มีความสวยงาม โดดเด่นทั้ง คนร้องและ การโซโล่ของเครื่องดนตรี




เทคนิค

การใช้ pick ดีด นิยมมาก เพราะได้อิทธิพลจากมือกีต้าร์ ที่ผันตัวเองมาเล่นเบส ก็เลยเกิดคำว่า bass guitar แต่การดีดด้วยนิ้วก็ยังคงใช้ ให้ซุ่มเสียงแบบต้องการความกลมกล่อม

ลักษณะเสียงเบส

เทคโนโลยีของเครื่องขยายเสียง หรือแอมป์ลำโพง พัฒนาอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์การอัดชนิดใหม่ๆ อุปกรณ์ต่างๆ เสียงเบสคมเด็ดขาดจากการมิกซ์ที่เพิ่มขึ้น แต่โทนยังออกบางอยู่แต่ก็ไม่เสมอไป อย่างในงานของ The Beatles เสียงเบส รวมถึงไลน์เบสของ Paul McCartney ยังมีอิทธิพลที่เป็นที่จดจำมาจนถึงทุกวันนี้

สรุป ลักษณะเด่นของ 1960s Rock

  • ไลน์เบสกวัดแกว่งมากขึ้น
  • ไลน์มีความเป็นอิสระมากขึ้น
  • เริ่มมีการใช้ โหมด
  • ใช้โน๊ตนอกคีย์มาเล่น
  • การมิกซ์เสียงเบสโดดเด่นมากขึ้น

มือเบสที่สำคัญ






Hard Rock

ดนตรี ฮาร์ดร๊อค เป็นอีกบทหนึ่งที่สำคัญของการวิวัฒน์ความเป็นร๊อคแอนด์โรล วงระดับตำนาน Led Zeppelin,Kiss และ Van Halen เกิดในยุคนี้ ได้รับอิทธิพล จาก ดนตรี บลูส์ และ ร๊อค บ่งบอกถึงการเปิดศักราช เข้าสู่ ยุค 70s เซเว่นตี้ ดนตรีมีการเพิ่มความหนักหน่วงขึ้น ฮาร์ดร๊อค มีการนำเอาหลากหลายเทคนิคการเล่น การประพันธ์เพลง เข้ามาใช้ นักดนตรีนำมาซึ่งความนิยมชมชอบไม่ใช่แต่เพียงการเล่น แต่พวกเขายังมีพรสวรรค์ในการเล่นอย่างน่าทึ่ง มีลักษณะวงดนตรีร๊อคที่หลากหลายมากมาย เกิดวงดนตรีมากมายซุกซ่อนตามที่พักอาศัย สไตล์เปิดกว้างมาก เบส ยังคงมีหน้าที่หลักปักหมุดให้กับคอร์ดกับเพลง ตามกฎเดิม แต่ก็เริ่มจะที่จะออกนอกลู่แล้วในยุคนี้




เสียงประสาน

ฮาร์ดร๊อค ใช้ซุ่มเสียงจากพิ้นฐานของ ดนตรี บลูส์  มีการใช้ ประโยชน์ จากสเกลบลูส์ ใช้ Mixolydian Mode และ สเกล pentatonic คำว่า Tritone เกิดขึ้นยุคนี้ (ขั้นคู่ b5) , บางวง ดึงเอา Scale Harmonic minor และ Phrygian Mode มาสร้างเสียงแปลกๆ จากปกติ


เทคนิค

มือเบสใช้ปิ๊คยังคงนิยมอยู่ยุคนี้ แต่ก็เกิดมือเบสที่ใช้นิ้วดีดขึ้นหลายท่าน ซาวด์เบสมีการมิกซ์เสียงที่ดีขึ้นไปอีก ไลน์เบสส่วนใหญ่ยังคงเล่นเกื้อหนุนกับ ริฟฟ์กีต้าร์ ไปในแนวเดียวกัน ไลน์เบส ให้พลังและมีความสำคัญอย่างมากในวง แต่ผสานกับจังหว่ะของกลองอย่างแข็งแรง

ลักษณะเสียงเบส

ซาวด์เบสมีหลายแบบ หลากหลาย ทั้ง ดังมากๆ มีการใช้ เอฟเฟ็ค เสียงแตก มีทั้งซาวด์ เล็ก บาง หรือ เน้นเสียงแบบตะวันออก ความคิดที่ว่า ดังกว่าย่อมเสียงดีกว่า ถูกปลูกฝังในยุคนี้ ไม่สนใจเสียงเบาแต่ดีกว่า

สรุปลักษณะที่สำคัญของ Hard Rock 



  • ใช้ Mixolydian Mode แล้ว Pentatonic Scale เป็นสำคัญ
  • ท่วงทำนอง ฮาร์โมนี่ จากรากฐานของ บลูส์
  • เล่นตามริฟฟ์ของกีต้าร์
  • ไลน์เกาะกับกลองแน่น
  • ซาวด์เบสยุคนี้มีทุกโทน

มือเบสที่สำคัญในแนว Hard Rock





วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Learn จาก Licks : Sweet Child O' Mine

สวัสดีครับ อัพ blog กันหน่อย มีความรู้สึกว่าสอนเยอะๆ อาจจะงงกัน เลยลองหาตัวอย่างแล้วมาปฎิบัติวิเคราะห์กันจริงๆ ดูดีกว่า เหมือน ได้ลง Lab เผื่อจะเพิ่มความเข้าใจมากในวิธีการสร้างทางเบส ดูจะเข้าใจง่ายขึ้น สนุกขึ้นไม่เครียด หรืองงจนเกินไป (หรืออาจจะงงกว่าเดิม) คราวนี้ทำเป็น กราฟฟิค Mind map กันเลยครับ เอาให้ get กันไป เพลงแรกที่จะ สอน หรือ วิเคราะห์ให้ดู ขอเป็น เพลงนี้ก่อนนะครับ Sweet Child O'mine ของ Guns 'n Roses เพลงระดับตำนานที่ใครใครก็รู้จัก ไลน์เบสดีเลย ได้ตัวอย่างหลายๆอย่าง ลองมาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง จะวิเคราะห์แค่หน้าเดียวนะครับ ที่เหลือต้องลองวิเคราะห์กันเอง  ส่วนช่วงท้าย จะเล่นให้ฟังทั้งเพลงครับ ถูกใจยังไงช่วยแชร์บทความนี้ทีนะครับ ไม่ถูกใจไม่ว่ากัน ผิดตรงไหนคุยเสวนา สงสัยอะไรถามได้ครับ มาติดตามกันต่อในคราวหน้าว่าจะเป็นเพลงอะไรครับ... p'baal

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

p'Baal เล่าไปเรื่อย : ตอนที่ 1 : กรู๊ฟ คือ อะไร , 1950s Rock ' n' Roll


วันนี้ได้ฤกษ์อัพเดต Blog กันหน่อย เป็นส่วนการเล่าเรื่องที่มีประโยชน์และเกี่ยวข้องกับดนตรี และเรื่องราวของเบส อะไรต่างๆ

อินโทร

บ่อยครั้ง มือเบส ถูกคาดหวังให้เป็น ผู้ช่ำชองทางดนตรี และ คุ้นเคยกับดนตรีหลายๆแบบ หลายๆสไตล์ และการ ที่มีความรู้ในแต่ละสไตล์จะทำให้คุณพร้อม กับดนตรี เป็นมือเบสที่รู้รอบด้าน จะเป็นได้ทั้งผู้ผลิตผู้อัดเสียง มีคุณค่ามาก อย่างไรก็ตาม คุณคงไม่มีเวลาพอที่จะเล่นเบสได้ในทุกสไตล์ดนตรี ความสนุกกับการเล่นดนตรีที่เพิ่มขึ้นจากสไตล์ใหม่ๆ จะผลักดันให้คุณพลิกกลับอะไรใหม่ๆ ในการเล่น นำไปใช้ได้ ทั้ง ใน ห้องอัด และ ห้องซ้อมนั่งเล่นที่บ้าน 

คำว่า Groove กรู๊ฟคืออะไร

ศัพท์คำว่า กรู๊ฟ มีความหมายหลายอย่างจากหลายคน สรุปคือ the locked-in คือความรู้สึกระหว่างมือเบสกับการพักของส่วนของจังหว่ะ กรู๊ฟท์ ถ้ามองเป็นคำนาม เช่น นั่นเค้าเล่นฟังค์กรู๊ฟได้เยี่ยม ถ้ามองเป็นกริยา เพลงนี้มีกรู๊ฟที่ดีนะ กรู๊ฟ บางสิ่งเราเข้าใจและบางสิ่งเราทำ คำว่า groove ให้ความหมายและคำจำกัดความ ว่า ปกติและมั่นคง ทั้งความซับซ้อนของจังหว่ะ และ พลังขับเคลื่อนกรู๊ฟ ฟังค์ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพลงช้า หรือแค่ร้องเพลง สไตล์ country ถ้ามันกระชับมันก็ "กรู๊ฟ"


Style กับ Groove

แม้ว่าการจัดแจง กรู๊ฟ ตามบทความนี้ ตัดสินใจแยก โดยใช้คำว่าสไตล์เพลง แทน แต่ เราไม่สามารถแยก สไตล์ออกจาก กรู๊ฟได้ ที่เราเข้าใจคือ บางลักษณะเฉพาะของกรู๊ฟ มันขึ้นอยู่กับสไตล์เพลง ยกตัวอย่าง salsa groove มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่ขึ้นอยู่กับ บริบทของดนตรี บางคนเล่น salsa groove ในดนตรี salsa หรือ ประยุกต์ ไปเล่นในเพลง rock ,funk,jazz หรืออื่นๆ ยกตัวอย่างอื่นๆ progressive rock ไม่มี กรู๊ฟที่แท้จริงๆ เพราะ แนวนี้ มีลักษณะเด่น ที่ จังหว่ะ รายละเอียด และส่วนประสานเสียง ซึ่งมันหาได้แต่ในดนตรีแนวนี้ เป็นสไตล์


Rock/Pop

Alan Freed เป็นคนให้นิยามคำว่า ร๊อคแอนด์โรล คือการพัฒนาการของดนตรีป๊อป การดัดแปลงจากดนตรี ริทึ่มแอนด์บลูส์ หรือ อาร์แอนด์บี ใส่ส่วนผสมที่มีพลังของ กลอง เปียโน กีต้าร์ และ เบส เหมือน มันฝรั่งอ่อนเอามาบด จังหว่ะ ความถี่ คือชื่อของเกมนำไปสู่ความเป็นร๊อค ร๊อคเป็นส่วนผสมที่จำเป็นของทุกสไตล์ คำว่า Rock and Roll ยังคงใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่จริงๆ แล้วมันเป็นร๊อคของ ยุค 50 และต้น 60 วันนี้ คำว่า ร๊อคถูกแปลเปลี่ยน ดัดแปลงออกไปอย่างกว้างมาก ทั้ง style ใหญ่ และ style ย่อย ซึ่งจริงๆ แล้ว จัดว่าเป็น ป๊อป ไปแล้ว

มือเบสยังปรากฎอยู่ใน ดนตรี ป๊อป แต่แปลเปลี่ยนไปตามสไตล์ เทคโนโลยี เบสไฟฟ้า ก็พัฒนา ไปพร้อมกับดนตรี ไลน์เบสใหม่ๆปรากฎโดดเด่น ทั้งวิธีการเล่นและวิธีการอัดเสียง มีการใช้เสียงสังเคราะห์ ซาวด์ใหม่ๆ รายละเอียดใหม่ๆ บางครั้ง มือเบสแทบจะเป็นทุกอย่าง ทุกสไตล์ ร๊อคและป๊อป ดูเหมือนว่า มีการขับเคลื่อน ความสนุก เป็นพื้นฐาน ภาคริทึ่มสำคัญมาก แทบจะทั้งหมด บางครั้ง มือเบส สะกดคนทั้งห้องเช่น progressive rock บางครั้ง ก็เหมือนอยู่ในส่วนที่ดูแลทั้งหมด ของวง เช่นใน southern rock บางครั้งก็เล่นแค่พื้นฐาน



1950s Rock 'n' Roll

ดนตรี Rock 'n' Roll เกิดในปี คศ. 1950 เป็นดนตรีที่เน้นภาคริทึ่มให้หนักขึ้น ทั้ง กลอง เบส เปียโน และ กีต้าร์ ที่เล่นเร็วขึ้น โดดเด่นทั้ง ริทึ่ม และ ลีดโซโล่ ส่วนของเบส นิยมเล่น เบสใหญ่ double bass นิยมเล่นด้วยเทคนิค percussive style แทบจะทุกส่วนของของริทึ่ม (เล่นเหมือนมีเสียงเคาะ ให้หนักขึ้น)

  • Harmony ส่วนเสียงประสาน
ร๊อคแอนด์โรล ยุค 50 เน้น เล่นกับคอร์ด Dominant 7 และ Minor 7 รวมถึง major,Mixolydian และ minor modes, ส่วน Diminish passing chord (ใช้คอร์ด Dim7 เป็นคอร์ดส่ง) ใช้เป็นครั้งคราว มือเบสส่วนใหญ่แต่งไลน์จาก คอร์ดโทน เป็นหลักใส่รายละเอียดคล้ายเดินเบส ให้เหมือนคลื่นใต้น้ำ มีการเคลื่อนที่เคลื่อนไหว ในขณะที่ก็ ใส่ใจดูแล จังหว่ะ groove ไปด้วย
  • Technique เทคนิค
เบสใหญ่คือของชอบของเบสยุคนั้น อาจเป็นเพราะยังไม่มีให้เลือกมาก แต่เอามาดีด ไม่ใช่สี ไม่ดีดนิ้วเดียว (pizzicato) ด้วย แต่ ชอบดีดโดยการใช้ 2 นิ้ว ดีดพร้อมกัน พวกเขาใช้วิธีกุมมือ และปรากฎว่ามีการเล่นตบ slap ซึ่งเทคนิค Slap ตบดึงคุณคงรู้จักและชอบอยู่แล้ว แต่ระวังเสียงที่ดังเกินไปจะทำให้ลำโพงคุณแตก เทคนิคง่ายๆ ที่จะให้ได้เสียง sound เบสใหญ่ คือยัดเสื้อตัวเล็กๆ ลงไปตรงสะพานสายนั่นเอง
  • Tones ซุ่มเสียง
เสียงจากการอัดในยุค 50 ฟังค่อนข้างยาก ยังใช้การอัดแบบดั้งเดิม ใช้ไมโครโฟนเพียงตัวเดียว มือเบสต้องเล่นให้เสียงดังมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้เพื่อให้ดังกว่ากลองและเครื่องดนตรีอื่นๆ ซาวส่วนใหญ่ จะ boomy (ไม่รู้บวมหรือเปล่า) และมีเสียงเคาะ percussive เนื่องจากเบสตัวใหญ่ และมีอากาศรบกวน

สรุป ลักษณะเด่น

  • ภาคจังหว่ะแบบขับเคลื่อน
  • ไลน์เบสบนคอร์ดโทน
  • เล่นแบบ Walking เดินด้วยรายละเอียด
  • คอร์ดสำคัญ Dominant 7th และ Minor 7th
  • ดีดแบบ Percussive Pizzicato

มือเบสที่สำคัญ

  • Bill Black มือเบส Elvis
  • Arthur Blackman
  • Norman Brown
  • Joe Mauldin วง the cricket
  • Gary Morrison


คราวหน้าจะเล่าต่อ 1960s Rock และ แนว Hard Rock ลองติดตามกันดูครับ


อ้างอิง

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2559

Line กลุ่ม BassKitchen

Line กลุ่ม BassKitchen

เปิด Connection ช่องทางติดต่อกันอีกทาง ดูครับ เผื่อมีอะไร คุยกันครับ ไลน์ ติดต่อง่ายดีนะครับ